คำแนะนำการซื้อ

ภูเก็ต 2568: เกาะสวรรค์ของนักลงทุน…หรือความฝันที่ไกลเกินเอื้อมของคนท้องถิ่น?

ดูทั้งหมด คำแนะนำการซื้อ
ภูเก็ต 2568: เกาะสวรรค์ของนักลงทุน…หรือความฝันที่ไกลเกินเอื้อมของคนท้องถิ่น?

สำหรับใครบางคน ภูเก็ตในปี 2568 คือ “โอกาสทอง” สำหรับลงทุนอสังหาริมทรัพย์ วิลล่าหรูที่ซ่อนอยู่ตามเนินเขา คอนโดวิวทะเลดีไซน์มินิมอล หรือแม้แต่บ้านตากอากาศพร้อมพูลวิลล่าใกล้สนามบิน ล้วนขายดีจนแทบไม่ต้องโฆษณา แต่สำหรับฉัน คนภูเก็ตโดยกำเนิดที่ยังต้องเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ในตัวเมือง มันคือภาพที่ทั้งน่าภูมิใจและเจ็บจี๊ดในใจไปพร้อมกัน

ราคาที่ไล่ไม่ทัน

ถ้าใครเคยอยู่ในภูเก็ตช่วงปี 2560-2562 คงจำได้ว่าบ้านเดี่ยวโครงการใหม่ในถลางยังมีราคาเริ่มต้นราว 4-5 ล้านบาท แต่วันนี้ ราคาทะลุ 9-12 ล้านบาทไปแล้ว ส่วนคอนโดติดหาดในกะรนหรือป่าตอง ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 150,000-180,000 บาทต่อตารางเมตร และบางห้องแตะ 250,000 บาทต่อตารางเมตรอย่างไม่น่าเชื่อ

กลุ่มผู้ซื้อหลักในตอนนี้ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย จีน และอินเดีย หลายคนซื้อเพื่อปล่อยเช่าแบบรายวันผ่าน Airbnb บางคนซื้อไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งซื้อแบบไม่เคยมาเหยียบภูเก็ตด้วยซ้ำ ซื้อผ่านตัวแทนหรือ Virtual Tour แล้วจ่ายสดทันที

วิลล่าเพื่อการลงทุน: โรงแรมในคราบบ้าน

เทรนด์ใหม่ที่เห็นชัดคือการสร้าง “บ้าน” ที่ออกแบบมาเพื่อการปล่อยเช่าตั้งแต่ต้น เช่น วิลล่าที่มีห้องนอน 3-4 ห้อง พร้อมห้องแม่บ้าน สระว่ายน้ำ ห้องครัวแบบตะวันตก และห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งราวกับโรงแรมบูติก เจ้าของหลายคนจ้างทีมบริหารอสังหาฯ แบบมืออาชีพมาช่วยจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่ถ่ายรูป โปรโมต ดูแลลูกค้า ทำความสะอาด ไปจนถึงตอบรีวิวบนเว็บไซต์

มันคือธุรกิจเต็มตัว ไม่ใช่บ้านที่ใครจะอยู่เองจริงๆ

ดิจิทัลโนแมดกลับมา แต่ไม่ใช่แค่ฝรั่งอีกต่อไป

หลังโควิดซาลง ดิจิทัลโนแมดเริ่มกลับมาพร้อมโน้ตบุ๊กและวีซ่าระยะยาว บริเวณอย่างลากูน่า เชิงทะเล หรือกะตะเริ่มมีคาเฟ่เปิดใหม่แทบทุกสัปดาห์ บางแห่งมี Co-working space ชั้นล่างและห้องพักระยะยาวชั้นบน

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกลุ่มคน ไม่ได้มีแค่ยุโรปหรืออเมริกาเหนือ แต่รวมถึงชาวเกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ และแม้แต่คนไทยจากกรุงเทพฯ ที่หันมาทำงานจากภูเก็ต เพราะอากาศดี ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพักสมอง

คนท้องถิ่น…อยู่ตรงไหน?

ในขณะที่ยอดขายวิลล่าเติบโตเป็นเลขสองหลัก ราคาที่ดินพุ่งเกิน 400% ในบางจุด และรีวิวบ้านหรูใน TikTok มียอดวิวเป็นแสน คนภูเก็ตหลายคนกลับรู้สึกว่า “บ้านเกิดกำลังผลักเราทิ้งไปทีละน้อย”

รายได้เฉลี่ยของคนทำงานโรงแรม ร้านอาหาร หรือขับรถรับจ้างยังอยู่แถวๆ 18,000-25,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ค่าเช่าบ้านหลังเล็กใกล้ตลาด หรือใกล้โรงเรียนลูกเริ่มต้นที่ 12,000-15,000 บาทต่อเดือน นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับคุณภาพชีวิตที่ได้

โครงการบ้านจัดสรรราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทแทบไม่มีให้เลือกในตลาด นโยบายรัฐเรื่องที่อยู่อาศัยแบบประชารัฐดูจะไม่ทันกับความเร็วของราคาตลาด เรียกได้ว่า ความฝันที่จะมีบ้านของคนรุ่นใหม่ในภูเก็ต เริ่มเป็นแค่เรื่องในสมุดโน้ต

ทางออกมีไหม?

ฉันเคยพูดเล่นกับเพื่อนว่า ถ้ารอรัฐบาลช่วย อาจจะต้องแก่ก่อนถึงจะได้บ้าน แต่ในความเป็นจริง มันมีหลายกลุ่มที่พยายามสร้างทางเลือกของตัวเอง เช่น กลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ในถลางที่ออกแบบบ้านขนาดเล็กแบบ Modular ใช้วัสดุท้องถิ่น ประหยัดพลังงาน และตั้งราคาขายที่คนทำงานทั่วไปเอื้อมถึงได้

หรือกลุ่มนักพัฒนาไทยที่ไม่เน้นขายฝรั่ง แต่ทำโครงการแบบอยู่จริงในเมือง เช่น โครงการที่ไม่มีคลับเฮาส์ แต่มีสนามเด็กเล่นและตลาดชุมชน

แม้จะยังเป็นเสียงเล็กๆ ในตลาด แต่สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าทางเลือกยังมีอยู่ แค่ต้องการพื้นที่ในการเติบโต

ภูเก็ตในปี 2568 อาจไม่ใช่เกาะเล็กๆ ที่สงบเงียบอีกต่อไป แต่มันยังเป็น “บ้าน” ของใครหลายคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ฝันจะสร้างชีวิตในที่ที่ตัวเองเกิดมา

คำถามคือ…เราจะปล่อยให้บ้านกลายเป็นสินค้าหรูสำหรับคนที่ไม่เคยอยู่ที่นี่จริงๆ หรือเราจะลุกขึ้นมาช่วยกันนิยามใหม่ว่า “บ้าน” ควรเป็นของใครกันแน่?